Browse By

ปรับระดับข้อมูลของผู้ฟังให้ตรงกัน (Adjust the data level)

ปรับระดับข้อมูลของผู้ฟังให้ตรงกัน (Adjust the data level) เรื่องที่คุณต้องจำไว้เวลาโฮเร็นโซคือระดับข้อมูลระหว่างที่คุณกับผู้ฟังมีอยู่นั้นไม่เท่ากันคุณรู้เรื่องที่ตัวเองรับผิดชอบดีที่สุด แม้แต่หัวหน้าก็ไม่มีทางรู้ข้อมูลที่มากหรือสดใหม่ได้เท่าคุณ หัวหน้าหรือผู้บริหารต้องดูแลทั้งลูกน้อง หน้าที่ความรับผิดชอบ และงานอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณพูดเข้าประเด็นทันที เขาจะถามกลับมาว่า “คุณพูดถึงเรื่องอะไร” ดังนั้นคุณต้องเริ่มด้วยการลดความแตกต่างของข้อมูลที่มีอยู่ ถ้าไม่ทำแบบนั้น ผู้ฟังจะคิดว่า “พูดเรื่องอะไรของเขาเนี่ย ไม่เข้าใจสักนิด” หรือผู้ฟังอาจจะหงุดหงิด ทำให้คุณไม่บรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้เวลาที่คุณโฮเร็นโซ หลังจากบอกหัวข้อที่จะพูดแล้ว ให้คุณบอกความเป็นมาและภาพรวมอย่างกระชับ แม้คุณจะโฮเร็นโซเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่คุณต้องเริ่มอธิบายจาก”ความเป็นมา” และ “ภาพรวม” ก่อนทุกครั้ง ห้ามคิดทำนองว่า “เมื่อคราวก่อนรายงานไปแล้วนี่” หรือ “ก็หัวหน้าไม่อ่านเอกสารที่ส่งให้นี่นา” เป็นอันขาด เพราะว่ามันเป็นเพียงข้ออ้างของคุณ คุณไม่สามารถบังคับ คนอื่นให้ทำในสิ่งที่คุณต้องการได้ กรณีที่คุณไม่รู้ว่าผู้ฟังมีข้อมูลอยู่ในระดับใด ให้เกริ่นว่า“ขออนุญาตอธิบายเกี่ยวกับความเป็นมาก่อนนะครับ” แล้วดูปฏิกิริยาของผู้ฟัง ถ้าเขาบอกว่า “รู้อยู่แล้ว เข้าประเด็นได้เลย” คุณก็พูดเข้าประเด็นได้ทันที ทว่าการโฮเร็นโซที่ดีนั้นผู้พูดและผู้ฟังควรจะได้พบปะกัน

ตรวจสอบแต่เนิ่น ๆ

ตรวจสอบแต่เนิ่น ๆ สถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในการทำงานคือเวลาที่หัวหน้าหรือลูกค้าเกิดเปลี่ยนใจ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นช่วงใกล้กำหนดส่งงานก็คงถึงกับเข่าทรุด ความรับผิดชอบทั้งหมดจะตกอยู่ที่ตัวคุณ ผมมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นครับ นั่นคือ การโฮเร็นโซแต่เนิ่น ๆ คุณต้องคอยกำหนดประเด็นที่ต้องตรวจสอบอยู่เป็นระยะ ติดต่อหัวหน้าหรือลูกค้า และสร้างความคิดรวบยอดไว้เสมอ ตัวอย่างเช่น คุณได้รับมอบหมายให้จัดทำแผนงานของโครงการหนึ่ง หลังจากที่คุณร่างแผนงานเสร็จแล้ว คุณจึงไปปรึกษาหัวหน้าในทำนองว่า “ทำตามขั้นตอนแบบนี้ได้ไหมครับ” หรือ “ใส่กำหนดการไว้ในหัวข้อ ‘เรื่องที่ควรพิจารณาต่อไป’ ดีไหมครับ” คุณจะได้รับคำชี้แนะอย่าง “แบบนี้ดีแล้ว ให้ทำต่อไปเลย” หรือ “ตัดตรงนี้ทิ้งไป” การทำแบบนี้เป็นการป้องกันไม่ให้หัวหน้าเปลี่ยนใจทีหลัง นอกจากนี้ คุณอาจจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ซึ่งช่วยให้คุณทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น “เรื่องนี้หยิบกรณีของปีที่แล้วมาใช้อ้างอิงได้ ลองถามคุณ 00 สิ เขาน่าจะมีข้อมูลอยู่” ในกรณีที่เกิดปัญหาก็เช่นกัน ถ้าคุณโฮเร็นโซหลังจากที่ปัญหาลุกลามไปแล้ว ผลเสียอาจจะรุนแรงจนสายเกินแก้ การรายงานแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คนทำงานเก่งคือคนที่ทำอะไรตั้งแต่เนิ่น ๆเสมอ เวลาเกิดปัญหา ถ้าคุณรายงานให้อีกฝ่ายทราบแต่เนิ่น

มั่นใจเข้าไว้ (Horenso)

มั่นใจเข้าไว้ (Horenso)) สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเวลาทำงานในบริษัทคือ โฮโกะกุ (การรายงาน) เร็นระกุ (การติดต่อ) และโซดัน (การปรึกษา) เรียกย่อ ๆ รวมกันว่าโฮเร็นโซ ทั้งนี้ในการ โฮเร็นโซ มีเคล็ดลับมากมายที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คุณเคยพูดเกริ่นทำนองว่า “ขอโทษนะครับ ผมเตรียมตัวมาไม่พร้อม” หรือ “ผมอธิบายไม่เก่ง” ก่อนที่จะโฮเร็นโซบ้างไหมครับ จริง ๆ แล้วการพูดแบบนี้ส่งผลในทางลบอย่างแน่นอน หากคุณชอบพูดแบบนี้จนติดเป็นนิสัย คุณควรเลิกทำซะ ผมเคยทำการทดลองในเรื่องนี้ครับผมส่งอีเมล์ไปหาคนสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับอีเมล์ที่เกริ่นนำแบบ A คือ “ยังสรุปงานไม่ค่อยสมบูรณ์” และกลุ่มที่สองได้รับอีเมล์ที่เกริ่นนำแบบ B คือ “สรุปงานมาค่อนข้างดีแล้ว” โดยอีเมล์ทั้งสองแบบมีเนื้อความที่เหลือเหมือนกันเปี๊ยบ ผลที่ได้นั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ซัด อีเมล์ที่เกริ่นนำแบบ A ได้รับแต่คำวิจารณ์เชิงลบเช่น “ไปทำมาให้ดีก่อนแล้วค่อยส่งมาใหม่” และ “ตรงนี้กับตรงนั้นยังใช้ไม่ได้”ส่วนอี่เมล์ที่เกริ่นนำแบบ B จะได้รับคำวิจารณ์เชิงบวก

คุณสมบัติสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural Extract)

คุณสมบัติสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural Extract) พืชพันธุ์ธรรมชาติที่นำมาสกัดเป็นสารออกฤทธิ์ แล้วนำไปเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์เพื่อความงามต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นครีม โลชั่นบำรุงผิว เซรั่ม ครีมกันแดด ฯลฯ โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น2 ประเภทคือ Oil และ Extract คำว่า Extract ก็คือ สารสกัดแบบน้ำ เช่น Avocado Extract หมายถึง สารสกัดจากผลอโวคาโด ส่วนคำว่า Oil ก็คือ น้ำมัน เช่น Avocado O หมายถึง น้ำมันสกัดจากผลอโวคาโด แน่นอนอยู่แล้วว่า ทั้งสองประเภทนี้กรรมวิธีในการสกัดย่อมแตกต่างกัน สำหรับ Extract จะใช้วิธีสกัดด้วยการใช้น้ำ ส่วน Oil ก็จะใช้น้ำมันเป็นด้วสกัด อย่างที่รู้กันว่า คุณสมบัติของวัตถุดิบจากธรรมชาติดีกว่าวัตถุดิบที่มาจากสารเคมีอยู่แล้ว แต่ทว่าคุณสมบัติของพืชพันธุ์ธรรมชาติแต่ละชนิดก็ย่อมแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของมัน

ส่วนผสมของสกินแคร์

ส่วนผสมของสกินแคร์ คุณสาว ๆ คะ ก่อนเสียเงินเป็นค่าครีมบำรุงผิวสักกระปุก เคยคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจมั้ยว่า ครีมกระปุกนั้น มีอะไรเป็นส่วนผสมที่สำคัญบ้าง และส่วนผสมนั้น ๆ มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการฟื้นฟูสภาพผิว หรือจะให้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการหรือไม่ และมีสัญลักษณ์เพื่อบ่งบอก หรือมีคำเตือนคำแนะนำใด ๆ บนฉลากหรือไม่อย่างไร? ถ้าคุณมีการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเสียเงิน ก็ถือว่าคุณเป็นคนรู้จักเลือก หรือฉลาดใช้ แต่ถ้าไม่…ก็ถือว่าคุณเป็นคนค่อนข้างประมาท สำหรับบางคน เรื่องการดูแลผิวพรรณอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่นัก แต่ความประมาทของคุณก็อาจทำให้ผิวหมดสวยได้ ส่วนประกอบสำคัญ (Ingredient) แน่นอนว่า สารต่าง ๆ ที่ถูกนำมาผสมผสานจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงามทั้งหลาย โดยมากส่วนผสมทั้งหมดจะ 2 แหล่งใหญ่ แหล่งที่ 1 มาจากสารสังเคราะห์ หรือที่เรียกว่าสารเคมี แหล่งที่ 2 มาจากสารสกัดธรรมชาติ ซึ่งส่วนผสมทั้งหมดรวมเข้าด้วยกัน จะมุ่งเน้นให้มีคุณสมบัติในเรื่องการบำรุง

กลิ่นตัว!

กลิ่นตัว! คุณสาว ๆ ลองจินตนาการดู ถ้าคุณมีกลิ่นตัวแรง แล้วผู้ชายหน้าไหนอยากจะเข้ามาแนบชิดด้วยล่ะ บอกกันหน่อยสิ! ไม่ได้นะคะ คุณจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปไม่ได้ เพราะเรื่องกลิ่นตัวแรงถือเป็นเรื่องใหญ่ แน่นอนที่สุด จะส่งผลต่อบุคลิกภาพ และมีผล กระทบต่อผู้คนรอบข้างของคุณ ซึ่งบางคนอาจกลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นแอบ เม้าท์ถึงเป็นที่สนุกปาก ถ้าใครไม่รู้ว่ารักแร้เป็นจุดใหญ่ของการส่งกลิ่น แสดงว่าใครคนนั้นคงมาจากดาวพลูโตแน่ ๆ เหอะ…เหอะ… แต่อันที่จริง รักแร้ก็ไม่ได้เป็นส่วนเดียวที่ทำให้เกิดกลิ่น เพราะต้นกำเนิดของกลิ่นตัวนั้น เกิดจากการที่ต่อมของร่างกายขับเหงื่อ และไขมันออกมาตามผิวหนัง ซึ่งเหงื่อ และไขมันจะมีแบคทีเรียปะปนออกมาด้วย เมื่อไหลออกมาเยอะ ก็จะเป็นแหล่งหมักหมมของแบคทีเรียด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของกลิ่นเหม็น ๆ นั่นเอง สำหรับบริเวณที่มักจะมีการขับเหงื่อออกมาเยอะก็คือ บริเวณที่เป็นจุดอับต่างๆ เช่น รักแร้ ข้อพับ ชอกนิ้วเท้า โคนขาหนีบ และอวัยวะเพศ โดยปกติคนทุกคนย่อมมีกลิ่นตัวด้วยการทั้งนั้น จะแตกต่างกันก็ตรงที่กลิ่นของใครจะเหม็นน้อย เหม็นปากกลาง เหม็นมาก หรือเหม็นรุนแรง

สิว!!!!

สิว!!!! ขอประกาศก้องให้ดังถึงท้องฟ้า เกลียดสิวเป็นที่สุด! ผู้หญิงเราถ้าหน้าเป็นสิวล่ะก็ กลุ้มใจกันสุด ๆ พอเป็นแล้วกว่าจะรักษาให้หายก็ต้องใช้เวลากันหลายวัน หนำซ้ำบางคนอาจถูกจารึกด้วยรอยดำ ๆหรือหลุมลึกให้เป็นที่ปวดใจเล่น แล้วจะทำยังไงดีถึงจะไม่เป็นสิว ทางการแพทย์บอกว่า สิว คือ การอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นบริเวณรูขุมขน และต่อมไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง และต้นเหตุหลัก ๆ ของการเกิดสิวก็มี ความสกปรก อาหารที่กิน การอดนอน ความเครียดและฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งก็มีคำแนะนำบอกว่า การแก้ปัญหาถ้าจะให้ถูกจุด ควรแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่ที่ปลายเหตุ คิดแล้วก็เห็นด้วย ถ้าเช่นนั้น ปัญหาเรื่องสิวหากไม่อยากเป็นก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ แต่ยกเว้นเรื่องฮอร์โมนในร่างกาย เพราะฮอร์โมนเป็นเรื่องที่ควบคุมกันได้ยาก เป็นส่วนที่อยู่ภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงวัยรุ่นถือเป็นช่วงที่ฮอร์โมนกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สมัยเป็นวัยรุ่นของคุณ ผู้หญิง การเป็นสิวดูเหมือนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกคน เมื่อเวลาผ่านช่วงอายุเกินวัยรุ่นไปไกลโพ้น การเป็นสิวจะค่อย ๆ ห่างหายกันไป แต่จะถูกแทนที่ด้วยริ้วรอยซะงั้น โอ้ย! ไม่อยากจะนึกเลย ความสกปรก ความสกปรกที่ว่านี้

กินผักกันเถอะ!

กินผักกันเถอะ! ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายที่ไม่ชอบกินผัก ทั้ง ๆ ที่พืชผักต่าง ๆ บนโลก ล้วนมีคุณประโยชน์ทั้งนั้น จะไปรังเกียจกันทำไมเนอะ อย่างที่บอกกันไปแล้ว พืชผักทั้งหลายล้วนอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ตาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งรวมถึงเป็นอาหารผิวชั้นเลิศ อย่างเช่น ผักใบเขียวจะเป็นแหล่งใหญ่ของวิตามิน เอ วิตามิน ซี คลอโรฟิล ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเขียม และชีลีเนียม ผักสีส้มและเหลืองจะเป็นแหล่งใหญ่ของเบต้าแคโรทีน สารฟลาโวนอยด์ และวิตามิน ซี ผักสีแดง ก็จะเป็นแหล่งของไลโคพีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเชลล์ผิว ที่สำคัญ พืชผักยังให้กากใยอาหาร ทำให้มีการขับถ่ายถือเป็นการกำจัดของเสีย หรือสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อรู้คุณค่าของพืชผักกันแล้ว ก็ควรหันมาปรับเปลี่ยนวิถีการกินกันดีกว่า แบ่งพื้นที่ในใจให้ผักมากเสียหน่อย พูดง่าย ๆ เลยคือ ควรกินผักกันทุกวัน เมนูอาหารที่กินกันอยู่ทุกวัน ควรใส่ใจเลือกเมนูที่มีผักเป็นส่วนประกอบด้วยทุกมื้อ จริงอยู่ที่ผักบางชนิดเมื่อกินสด

รูขุมขนกว้าง

รูขุมขนกว้าง ปัญหารูขุมขนกว้าง ณ ที่นี้ คงไม่ต้องแจกแจงกันให้มากความเพราะถ้าใครที่เป็นประเภทผิวมัน หรือผิวผสมส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหานี้กัน เพราะธรรมชาติของผิวทั้งสองประเภทนี้ ต่อมไขมันจะสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวขึ้นมามากแน่นอนที่สุด ผู้หญิงเราให้ความสำคัญกับเรื่องผิวหน้าเป็นอันดับหนึ่ง หากผิวหน้ากำลังเผชิญกับปัญหารูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า ทีโซน (T-Zone) คือ หน้าผาก จมูก ผิวแก้มข้างจมูกและคาง ถือเป็นสิ่งที่กวนใจมาก ๆ คือ ผิวหน้าจะไม่เนียนเรียบคล้ายกับว่ามีรูพรุนโดดเด่นเป็นสง่าอย่างชัดเจน เผลอ ๆ อาจทำให้สิ่งสกปรกต่าง ๆ เข้าไปอุดตันตามรูขุมขนได้ จึงเป็นที่มาของเม็ดสิว ธรรมชาติของผู้หญิงเราเมื่ออายุมากขึ้น รูขุมขนก็จะกว้างขึ้นด้วยเป็นเงาตามตัว ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ นั่นเป็นเพราะผิวของเราเริ่มไม่กระชับเต่งตึงเสียแล้ว เหตุมาจากคอลลาเจน และอีลาสตินที่ผิวกำลังหดหายไปตามกาลเวลา อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ทำให้บางคนร้องโห เซ็งจิต! อ๊ะอ๊ะ! อย่าเพิ่งเซ็งจิตกันเลยค่ะ เพราะอย่างน้อยเราก็มีวิธีที่จะช่วยชะลอ หรือยับยั้งความกว้างของรูขุมขนได้ ด้วยการดูแลตัวเองแต่ก่อนอื่นเลย เราควรรู้กันก่อนว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้รูซุมขนกว้างขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ว่าก็มีดังนี้ ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวออกมามาก