Browse By

Category Archives: ความสวยความงาม

เคล็ดลับการประชุม(Meeting secrets)ต่อ

เคล็ดลับการประชุม(Meeting secrets)ต่อ เนะมาวาชิ อันที่จริงการประชุมได้เริ่มต้นขึ้นก่อนที่ประธานจะกล่าวเปิดการประชุมเสียอีก “เนะมาวาชิ” คือวิธีเตรียมการประชุมให้ประสบความสำเร็จ พจนานุกรมไดจิรินฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ได้นิยามคำว่าเนะมาวาชิไว้ดังนี้1. การตัดแต่งรากต้นไม้ก่อนจะย้ายที่เพาะปลูกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับสารอาหาร2. การอธิบายเหตุการณ์หรือบอกจุดมุ่งหมายแก่ผู้เกี่ยวข้องก่อนจะดำเนินการเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจเรื่องราวในระดับหนึ่ง เดิมที่คำนี้เป็นศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับการจัดสวน โดยส่วนตัวผมคิดว่าเนะมาวาชิมีจุดมุ่งหมาย 2 ประการดังนี้ หลีกเลี่ยงการเข้าใจผิด เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าใจผิด ด้วยการบอกจุดมุ่งหมายของคุณแก่ผู้เข้าประชุมล่วงหน้า เพิ่มคุณค่าการประชุม เพื่อให้การอภิปรายดำเนินไปอย่างมีคุณค่า เนื่องจากคุณเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้เข้าประชุมแต่ละคน ซึงหาโอกาสมาอยู่พร้อมหน้ากันได้ยาก แม้แต่การประชุมที่มีผู้เข้าประชุมแค่ไม่กี่คนก็สามารถยกระดับการประชุมได้ด้วยเนะมาวาชิ ทว่าเรื่องที่อยากให้คุณระวังไว้คือ เนะมาวาชิไม่ใช่ตัวกำหนดหัวข้ออภิปรายในการประชุม เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นการจัดประชุมก็จะหมดความหมายไปในทันที หากคุณเป็นประธานการประชุม เพียงแค่คุณเพิ่มคุณค่าให้การประชุมด้วยเนะมาวาซิ ผู้เข้าประชุมจะเกิดความประทับใจและคิดว่า “คุณเท่านั้นทีเหมาะสมกับตำแหน่งประธานการประชุม” ใส่ใจตำแหน่งที่นั่ง ลองนึกภาพตอนที่คุณเข้าไปในห้องประชุมดูสิครับว่าคุณจะทำอะไรเป็นอันดับแรก อย่างแรกที่คุณทำเวลาเข้าไปในห้องประชุมคือ การเลือกที่นั่งของตัวเอง ดังนั้น สิ่งที่คุณควรทำคือ “เลือกที่นั่งที่เอื้อต่อการบรรลุจุดมุ่งหมายของตัวเองให้มากที่สุด”ถ้าคุณเป็นคนจัดที่นั่ง สิ่งที่ควรลดความสำคัญคือแนวคิดเรื่อง “ที่นั่งสำหรับคนสำคัญกับที่นั่งสำหรับผู้น้อย” ซึ่งเป็นธรรมเนียมโบราณของญี่ปุ่น ไม่มีใครใส่ใจแนวคิดนี้หรอกครับนอกจากชาวญี่ปุ่น ทั้งนี้การประชุมต่างจากการทักทายหรือการต้อนรับแขกในงานเลี้ยง จึงควรให้ความสำคัญกับการนำมติที่ได้จากการประชุมไปใช้ประโยชน์มากกว่า สิ่งที่คุณควรสังเกตเป็นอันดับแรกคือตำแหน่งของกระดานไวต์บอร์ด ถ้าคุณต้องการเป็นผู้นำ

เคล็บลับการประชุม (Meeting secrets)

เคล็บลับการประชุม(Meeting secrets) กฎ 1/8 ว่ากันว่าระยะเวลาอันยาวนานที่หมดไปกับการประชุมเป็นเหตุให้บรรดาพนักงานบริษัททำผลงานได้ย่ำแย่ลง ชาวต่างชาติที่เคยเห็นการประชุมของชาวญี่ปุ่นจะพูดอยู่สองอย่างคือ “Long, long meeting” และ “Lots of meetings” สิ่งที่เราควรระลึกไว้เสมอเวลาจัดการประชุมคือ การประชุมประกอบด้วย “เวลาที่ใช้” “จำนวนผู้เข้าร่วม” และ “ความถี่ในการจัดประชุม” ถ้าเราลดทอนองค์ประกอบเหล่านี้ลงอย่างละครึ่ง เวลาทั้งหมดที่บริษัทต้องใช้ในการประชุมจะเหลือ 1/2 x1/2 x1/2 = 1/8 สมมุติว่าเราจัดการประชุม 2 ชั่วโมง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 20 คน และความถี่ในการจัดประชุมคือเดือนละ 2 ครั้ง 2 ชั่วโมง x 20 คน x 2 ครั้ง = 80

ปรับระดับข้อมูลของผู้ฟังให้ตรงกัน (Adjust the data level)

ปรับระดับข้อมูลของผู้ฟังให้ตรงกัน (Adjust the data level) เรื่องที่คุณต้องจำไว้เวลาโฮเร็นโซคือระดับข้อมูลระหว่างที่คุณกับผู้ฟังมีอยู่นั้นไม่เท่ากันคุณรู้เรื่องที่ตัวเองรับผิดชอบดีที่สุด แม้แต่หัวหน้าก็ไม่มีทางรู้ข้อมูลที่มากหรือสดใหม่ได้เท่าคุณ หัวหน้าหรือผู้บริหารต้องดูแลทั้งลูกน้อง หน้าที่ความรับผิดชอบ และงานอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณพูดเข้าประเด็นทันที เขาจะถามกลับมาว่า “คุณพูดถึงเรื่องอะไร” ดังนั้นคุณต้องเริ่มด้วยการลดความแตกต่างของข้อมูลที่มีอยู่ ถ้าไม่ทำแบบนั้น ผู้ฟังจะคิดว่า “พูดเรื่องอะไรของเขาเนี่ย ไม่เข้าใจสักนิด” หรือผู้ฟังอาจจะหงุดหงิด ทำให้คุณไม่บรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้เวลาที่คุณโฮเร็นโซ หลังจากบอกหัวข้อที่จะพูดแล้ว ให้คุณบอกความเป็นมาและภาพรวมอย่างกระชับ แม้คุณจะโฮเร็นโซเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่คุณต้องเริ่มอธิบายจาก”ความเป็นมา” และ “ภาพรวม” ก่อนทุกครั้ง ห้ามคิดทำนองว่า “เมื่อคราวก่อนรายงานไปแล้วนี่” หรือ “ก็หัวหน้าไม่อ่านเอกสารที่ส่งให้นี่นา” เป็นอันขาด เพราะว่ามันเป็นเพียงข้ออ้างของคุณ คุณไม่สามารถบังคับ คนอื่นให้ทำในสิ่งที่คุณต้องการได้ กรณีที่คุณไม่รู้ว่าผู้ฟังมีข้อมูลอยู่ในระดับใด ให้เกริ่นว่า“ขออนุญาตอธิบายเกี่ยวกับความเป็นมาก่อนนะครับ” แล้วดูปฏิกิริยาของผู้ฟัง ถ้าเขาบอกว่า “รู้อยู่แล้ว เข้าประเด็นได้เลย” คุณก็พูดเข้าประเด็นได้ทันที ทว่าการโฮเร็นโซที่ดีนั้นผู้พูดและผู้ฟังควรจะได้พบปะกัน

ตรวจสอบแต่เนิ่น ๆ

ตรวจสอบแต่เนิ่น ๆ สถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในการทำงานคือเวลาที่หัวหน้าหรือลูกค้าเกิดเปลี่ยนใจ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นช่วงใกล้กำหนดส่งงานก็คงถึงกับเข่าทรุด ความรับผิดชอบทั้งหมดจะตกอยู่ที่ตัวคุณ ผมมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นครับ นั่นคือ การโฮเร็นโซแต่เนิ่น ๆ คุณต้องคอยกำหนดประเด็นที่ต้องตรวจสอบอยู่เป็นระยะ ติดต่อหัวหน้าหรือลูกค้า และสร้างความคิดรวบยอดไว้เสมอ ตัวอย่างเช่น คุณได้รับมอบหมายให้จัดทำแผนงานของโครงการหนึ่ง หลังจากที่คุณร่างแผนงานเสร็จแล้ว คุณจึงไปปรึกษาหัวหน้าในทำนองว่า “ทำตามขั้นตอนแบบนี้ได้ไหมครับ” หรือ “ใส่กำหนดการไว้ในหัวข้อ ‘เรื่องที่ควรพิจารณาต่อไป’ ดีไหมครับ” คุณจะได้รับคำชี้แนะอย่าง “แบบนี้ดีแล้ว ให้ทำต่อไปเลย” หรือ “ตัดตรงนี้ทิ้งไป” การทำแบบนี้เป็นการป้องกันไม่ให้หัวหน้าเปลี่ยนใจทีหลัง นอกจากนี้ คุณอาจจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ซึ่งช่วยให้คุณทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น “เรื่องนี้หยิบกรณีของปีที่แล้วมาใช้อ้างอิงได้ ลองถามคุณ 00 สิ เขาน่าจะมีข้อมูลอยู่” ในกรณีที่เกิดปัญหาก็เช่นกัน ถ้าคุณโฮเร็นโซหลังจากที่ปัญหาลุกลามไปแล้ว ผลเสียอาจจะรุนแรงจนสายเกินแก้ การรายงานแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คนทำงานเก่งคือคนที่ทำอะไรตั้งแต่เนิ่น ๆเสมอ เวลาเกิดปัญหา ถ้าคุณรายงานให้อีกฝ่ายทราบแต่เนิ่น

มั่นใจเข้าไว้ (Horenso)

มั่นใจเข้าไว้ (Horenso)) สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเวลาทำงานในบริษัทคือ โฮโกะกุ (การรายงาน) เร็นระกุ (การติดต่อ) และโซดัน (การปรึกษา) เรียกย่อ ๆ รวมกันว่าโฮเร็นโซ ทั้งนี้ในการ โฮเร็นโซ มีเคล็ดลับมากมายที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คุณเคยพูดเกริ่นทำนองว่า “ขอโทษนะครับ ผมเตรียมตัวมาไม่พร้อม” หรือ “ผมอธิบายไม่เก่ง” ก่อนที่จะโฮเร็นโซบ้างไหมครับ จริง ๆ แล้วการพูดแบบนี้ส่งผลในทางลบอย่างแน่นอน หากคุณชอบพูดแบบนี้จนติดเป็นนิสัย คุณควรเลิกทำซะ ผมเคยทำการทดลองในเรื่องนี้ครับผมส่งอีเมล์ไปหาคนสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับอีเมล์ที่เกริ่นนำแบบ A คือ “ยังสรุปงานไม่ค่อยสมบูรณ์” และกลุ่มที่สองได้รับอีเมล์ที่เกริ่นนำแบบ B คือ “สรุปงานมาค่อนข้างดีแล้ว” โดยอีเมล์ทั้งสองแบบมีเนื้อความที่เหลือเหมือนกันเปี๊ยบ ผลที่ได้นั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ซัด อีเมล์ที่เกริ่นนำแบบ A ได้รับแต่คำวิจารณ์เชิงลบเช่น “ไปทำมาให้ดีก่อนแล้วค่อยส่งมาใหม่” และ “ตรงนี้กับตรงนั้นยังใช้ไม่ได้”ส่วนอี่เมล์ที่เกริ่นนำแบบ B จะได้รับคำวิจารณ์เชิงบวก

คุณสมบัติสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural Extract)

คุณสมบัติสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural Extract) พืชพันธุ์ธรรมชาติที่นำมาสกัดเป็นสารออกฤทธิ์ แล้วนำไปเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์เพื่อความงามต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นครีม โลชั่นบำรุงผิว เซรั่ม ครีมกันแดด ฯลฯ โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น2 ประเภทคือ Oil และ Extract คำว่า Extract ก็คือ สารสกัดแบบน้ำ เช่น Avocado Extract หมายถึง สารสกัดจากผลอโวคาโด ส่วนคำว่า Oil ก็คือ น้ำมัน เช่น Avocado O หมายถึง น้ำมันสกัดจากผลอโวคาโด แน่นอนอยู่แล้วว่า ทั้งสองประเภทนี้กรรมวิธีในการสกัดย่อมแตกต่างกัน สำหรับ Extract จะใช้วิธีสกัดด้วยการใช้น้ำ ส่วน Oil ก็จะใช้น้ำมันเป็นด้วสกัด อย่างที่รู้กันว่า คุณสมบัติของวัตถุดิบจากธรรมชาติดีกว่าวัตถุดิบที่มาจากสารเคมีอยู่แล้ว แต่ทว่าคุณสมบัติของพืชพันธุ์ธรรมชาติแต่ละชนิดก็ย่อมแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของมัน

ส่วนผสมของสกินแคร์

ส่วนผสมของสกินแคร์ คุณสาว ๆ คะ ก่อนเสียเงินเป็นค่าครีมบำรุงผิวสักกระปุก เคยคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจมั้ยว่า ครีมกระปุกนั้น มีอะไรเป็นส่วนผสมที่สำคัญบ้าง และส่วนผสมนั้น ๆ มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการฟื้นฟูสภาพผิว หรือจะให้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการหรือไม่ และมีสัญลักษณ์เพื่อบ่งบอก หรือมีคำเตือนคำแนะนำใด ๆ บนฉลากหรือไม่อย่างไร? ถ้าคุณมีการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเสียเงิน ก็ถือว่าคุณเป็นคนรู้จักเลือก หรือฉลาดใช้ แต่ถ้าไม่…ก็ถือว่าคุณเป็นคนค่อนข้างประมาท สำหรับบางคน เรื่องการดูแลผิวพรรณอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่นัก แต่ความประมาทของคุณก็อาจทำให้ผิวหมดสวยได้ ส่วนประกอบสำคัญ (Ingredient) แน่นอนว่า สารต่าง ๆ ที่ถูกนำมาผสมผสานจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงามทั้งหลาย โดยมากส่วนผสมทั้งหมดจะ 2 แหล่งใหญ่ แหล่งที่ 1 มาจากสารสังเคราะห์ หรือที่เรียกว่าสารเคมี แหล่งที่ 2 มาจากสารสกัดธรรมชาติ ซึ่งส่วนผสมทั้งหมดรวมเข้าด้วยกัน จะมุ่งเน้นให้มีคุณสมบัติในเรื่องการบำรุง

กลิ่นตัว!

กลิ่นตัว! คุณสาว ๆ ลองจินตนาการดู ถ้าคุณมีกลิ่นตัวแรง แล้วผู้ชายหน้าไหนอยากจะเข้ามาแนบชิดด้วยล่ะ บอกกันหน่อยสิ! ไม่ได้นะคะ คุณจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปไม่ได้ เพราะเรื่องกลิ่นตัวแรงถือเป็นเรื่องใหญ่ แน่นอนที่สุด จะส่งผลต่อบุคลิกภาพ และมีผล กระทบต่อผู้คนรอบข้างของคุณ ซึ่งบางคนอาจกลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นแอบ เม้าท์ถึงเป็นที่สนุกปาก ถ้าใครไม่รู้ว่ารักแร้เป็นจุดใหญ่ของการส่งกลิ่น แสดงว่าใครคนนั้นคงมาจากดาวพลูโตแน่ ๆ เหอะ…เหอะ… แต่อันที่จริง รักแร้ก็ไม่ได้เป็นส่วนเดียวที่ทำให้เกิดกลิ่น เพราะต้นกำเนิดของกลิ่นตัวนั้น เกิดจากการที่ต่อมของร่างกายขับเหงื่อ และไขมันออกมาตามผิวหนัง ซึ่งเหงื่อ และไขมันจะมีแบคทีเรียปะปนออกมาด้วย เมื่อไหลออกมาเยอะ ก็จะเป็นแหล่งหมักหมมของแบคทีเรียด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของกลิ่นเหม็น ๆ นั่นเอง สำหรับบริเวณที่มักจะมีการขับเหงื่อออกมาเยอะก็คือ บริเวณที่เป็นจุดอับต่างๆ เช่น รักแร้ ข้อพับ ชอกนิ้วเท้า โคนขาหนีบ และอวัยวะเพศ โดยปกติคนทุกคนย่อมมีกลิ่นตัวด้วยการทั้งนั้น จะแตกต่างกันก็ตรงที่กลิ่นของใครจะเหม็นน้อย เหม็นปากกลาง เหม็นมาก หรือเหม็นรุนแรง

สิว!!!!

สิว!!!! ขอประกาศก้องให้ดังถึงท้องฟ้า เกลียดสิวเป็นที่สุด! ผู้หญิงเราถ้าหน้าเป็นสิวล่ะก็ กลุ้มใจกันสุด ๆ พอเป็นแล้วกว่าจะรักษาให้หายก็ต้องใช้เวลากันหลายวัน หนำซ้ำบางคนอาจถูกจารึกด้วยรอยดำ ๆหรือหลุมลึกให้เป็นที่ปวดใจเล่น แล้วจะทำยังไงดีถึงจะไม่เป็นสิว ทางการแพทย์บอกว่า สิว คือ การอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นบริเวณรูขุมขน และต่อมไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง และต้นเหตุหลัก ๆ ของการเกิดสิวก็มี ความสกปรก อาหารที่กิน การอดนอน ความเครียดและฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งก็มีคำแนะนำบอกว่า การแก้ปัญหาถ้าจะให้ถูกจุด ควรแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่ที่ปลายเหตุ คิดแล้วก็เห็นด้วย ถ้าเช่นนั้น ปัญหาเรื่องสิวหากไม่อยากเป็นก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ แต่ยกเว้นเรื่องฮอร์โมนในร่างกาย เพราะฮอร์โมนเป็นเรื่องที่ควบคุมกันได้ยาก เป็นส่วนที่อยู่ภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงวัยรุ่นถือเป็นช่วงที่ฮอร์โมนกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สมัยเป็นวัยรุ่นของคุณ ผู้หญิง การเป็นสิวดูเหมือนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกคน เมื่อเวลาผ่านช่วงอายุเกินวัยรุ่นไปไกลโพ้น การเป็นสิวจะค่อย ๆ ห่างหายกันไป แต่จะถูกแทนที่ด้วยริ้วรอยซะงั้น โอ้ย! ไม่อยากจะนึกเลย ความสกปรก ความสกปรกที่ว่านี้