Browse By

Monthly Archives: April 2021

กลิ่นตัว!

กลิ่นตัว! คุณสาว ๆ ลองจินตนาการดู ถ้าคุณมีกลิ่นตัวแรง แล้วผู้ชายหน้าไหนอยากจะเข้ามาแนบชิดด้วยล่ะ บอกกันหน่อยสิ! ไม่ได้นะคะ คุณจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปไม่ได้ เพราะเรื่องกลิ่นตัวแรงถือเป็นเรื่องใหญ่ แน่นอนที่สุด จะส่งผลต่อบุคลิกภาพ และมีผล กระทบต่อผู้คนรอบข้างของคุณ ซึ่งบางคนอาจกลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นแอบ เม้าท์ถึงเป็นที่สนุกปาก ถ้าใครไม่รู้ว่ารักแร้เป็นจุดใหญ่ของการส่งกลิ่น แสดงว่าใครคนนั้นคงมาจากดาวพลูโตแน่ ๆ เหอะ…เหอะ… แต่อันที่จริง รักแร้ก็ไม่ได้เป็นส่วนเดียวที่ทำให้เกิดกลิ่น เพราะต้นกำเนิดของกลิ่นตัวนั้น เกิดจากการที่ต่อมของร่างกายขับเหงื่อ และไขมันออกมาตามผิวหนัง ซึ่งเหงื่อ และไขมันจะมีแบคทีเรียปะปนออกมาด้วย เมื่อไหลออกมาเยอะ ก็จะเป็นแหล่งหมักหมมของแบคทีเรียด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของกลิ่นเหม็น ๆ นั่นเอง สำหรับบริเวณที่มักจะมีการขับเหงื่อออกมาเยอะก็คือ บริเวณที่เป็นจุดอับต่างๆ เช่น รักแร้ ข้อพับ ชอกนิ้วเท้า โคนขาหนีบ และอวัยวะเพศ โดยปกติคนทุกคนย่อมมีกลิ่นตัวด้วยการทั้งนั้น จะแตกต่างกันก็ตรงที่กลิ่นของใครจะเหม็นน้อย เหม็นปากกลาง เหม็นมาก หรือเหม็นรุนแรง

สิว!!!!

สิว!!!! ขอประกาศก้องให้ดังถึงท้องฟ้า เกลียดสิวเป็นที่สุด! ผู้หญิงเราถ้าหน้าเป็นสิวล่ะก็ กลุ้มใจกันสุด ๆ พอเป็นแล้วกว่าจะรักษาให้หายก็ต้องใช้เวลากันหลายวัน หนำซ้ำบางคนอาจถูกจารึกด้วยรอยดำ ๆหรือหลุมลึกให้เป็นที่ปวดใจเล่น แล้วจะทำยังไงดีถึงจะไม่เป็นสิว ทางการแพทย์บอกว่า สิว คือ การอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นบริเวณรูขุมขน และต่อมไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง และต้นเหตุหลัก ๆ ของการเกิดสิวก็มี ความสกปรก อาหารที่กิน การอดนอน ความเครียดและฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งก็มีคำแนะนำบอกว่า การแก้ปัญหาถ้าจะให้ถูกจุด ควรแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่ที่ปลายเหตุ คิดแล้วก็เห็นด้วย ถ้าเช่นนั้น ปัญหาเรื่องสิวหากไม่อยากเป็นก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ แต่ยกเว้นเรื่องฮอร์โมนในร่างกาย เพราะฮอร์โมนเป็นเรื่องที่ควบคุมกันได้ยาก เป็นส่วนที่อยู่ภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงวัยรุ่นถือเป็นช่วงที่ฮอร์โมนกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สมัยเป็นวัยรุ่นของคุณ ผู้หญิง การเป็นสิวดูเหมือนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกคน เมื่อเวลาผ่านช่วงอายุเกินวัยรุ่นไปไกลโพ้น การเป็นสิวจะค่อย ๆ ห่างหายกันไป แต่จะถูกแทนที่ด้วยริ้วรอยซะงั้น โอ้ย! ไม่อยากจะนึกเลย ความสกปรก ความสกปรกที่ว่านี้

กินผักกันเถอะ!

กินผักกันเถอะ! ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายที่ไม่ชอบกินผัก ทั้ง ๆ ที่พืชผักต่าง ๆ บนโลก ล้วนมีคุณประโยชน์ทั้งนั้น จะไปรังเกียจกันทำไมเนอะ อย่างที่บอกกันไปแล้ว พืชผักทั้งหลายล้วนอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ตาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งรวมถึงเป็นอาหารผิวชั้นเลิศ อย่างเช่น ผักใบเขียวจะเป็นแหล่งใหญ่ของวิตามิน เอ วิตามิน ซี คลอโรฟิล ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเขียม และชีลีเนียม ผักสีส้มและเหลืองจะเป็นแหล่งใหญ่ของเบต้าแคโรทีน สารฟลาโวนอยด์ และวิตามิน ซี ผักสีแดง ก็จะเป็นแหล่งของไลโคพีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเชลล์ผิว ที่สำคัญ พืชผักยังให้กากใยอาหาร ทำให้มีการขับถ่ายถือเป็นการกำจัดของเสีย หรือสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อรู้คุณค่าของพืชผักกันแล้ว ก็ควรหันมาปรับเปลี่ยนวิถีการกินกันดีกว่า แบ่งพื้นที่ในใจให้ผักมากเสียหน่อย พูดง่าย ๆ เลยคือ ควรกินผักกันทุกวัน เมนูอาหารที่กินกันอยู่ทุกวัน ควรใส่ใจเลือกเมนูที่มีผักเป็นส่วนประกอบด้วยทุกมื้อ จริงอยู่ที่ผักบางชนิดเมื่อกินสด

รูขุมขนกว้าง

รูขุมขนกว้าง ปัญหารูขุมขนกว้าง ณ ที่นี้ คงไม่ต้องแจกแจงกันให้มากความเพราะถ้าใครที่เป็นประเภทผิวมัน หรือผิวผสมส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหานี้กัน เพราะธรรมชาติของผิวทั้งสองประเภทนี้ ต่อมไขมันจะสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวขึ้นมามากแน่นอนที่สุด ผู้หญิงเราให้ความสำคัญกับเรื่องผิวหน้าเป็นอันดับหนึ่ง หากผิวหน้ากำลังเผชิญกับปัญหารูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า ทีโซน (T-Zone) คือ หน้าผาก จมูก ผิวแก้มข้างจมูกและคาง ถือเป็นสิ่งที่กวนใจมาก ๆ คือ ผิวหน้าจะไม่เนียนเรียบคล้ายกับว่ามีรูพรุนโดดเด่นเป็นสง่าอย่างชัดเจน เผลอ ๆ อาจทำให้สิ่งสกปรกต่าง ๆ เข้าไปอุดตันตามรูขุมขนได้ จึงเป็นที่มาของเม็ดสิว ธรรมชาติของผู้หญิงเราเมื่ออายุมากขึ้น รูขุมขนก็จะกว้างขึ้นด้วยเป็นเงาตามตัว ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ นั่นเป็นเพราะผิวของเราเริ่มไม่กระชับเต่งตึงเสียแล้ว เหตุมาจากคอลลาเจน และอีลาสตินที่ผิวกำลังหดหายไปตามกาลเวลา อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ทำให้บางคนร้องโห เซ็งจิต! อ๊ะอ๊ะ! อย่าเพิ่งเซ็งจิตกันเลยค่ะ เพราะอย่างน้อยเราก็มีวิธีที่จะช่วยชะลอ หรือยับยั้งความกว้างของรูขุมขนได้ ด้วยการดูแลตัวเองแต่ก่อนอื่นเลย เราควรรู้กันก่อนว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้รูซุมขนกว้างขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ว่าก็มีดังนี้ ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวออกมามาก

สาเหตุที่ทำให้ผิวหมดสวย

ขาวกระจ่างใสด้วยวิธีธรรมชาติ

ขาวกระจ่างใสด้วยวิธีธรรมชาติ กระแสความขาวกระจ่างใสสไตล์เกาหลีฮิตในบ้านเรา ทำให้สาวไทยหลาย ๆ คน อยากจะขาวกระจ่างใสกันทั่วบ้านทั่วเมือง จึงทำให้สารตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติทำให้ผิวขาว นั่นก็คือ สารกลูตาไธโอน (Glutathione) ตามข้อมูลบอกว่า สารกลูตาไฮโอน สามารถเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีของผิว ทำให้ผิวขาวขึ้น ในกรณีนี้คือ ต้องฉีดสารที่ว่านี้เข้าไปในปริมาณมาก แต่ก็มีข้อเสียคือ อาจมีอันตรายต่อสุขภาพในวันข้างหน้า ซึ่งทางการแพทย์บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นกลูตาไธโอนชนิดไหนหรือผลิตภัณฑ์ หรือยาชนิดไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนผิวของเราให้ขาวอย่างถาวรได้ เพราะในที่สุดแล้ว เมื่อยาหมดฤทธิ์ สีผิวของเราก็จะกลับมาคงสภาพเดิม จริง ๆ แล้ว สารกลูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในทุกเชลล์ของร่างกาย และร่างกายเราก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้จากอาหารบางชนิดที่เรากิน เช่น ไข่ นม ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ มะเขือเทศ สตรอเบอร์รี่ อโวคาโด และเกรปฟรุต อยากจะบอกว่า ถ้าอยากขาวกระจ่างใส ควรเลือกขาวกระจ่างใสด้วยวิธีธรรมชาติเป็นดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นการขาวอย่างค่อยเป็นค่อยไปก็เถอะ ที่แน่

เรื่องง่ายๆที่ต้องใส่ใจ

เรื่องง่ายๆที่ต้องใส่ใจ ความสะอาดมาเป็นอันดับหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องเกี่ยวข้องกับผิวพรรณ ควรอย่างยิ่งที่ต้องสะอาด ก่อนใช้มือทาครีมที่ผิว ถามมือเสียก่อน สะอาดพอหรือยัง เส้นผมก็ต้องสะอาด เพราะเส้นผมเป็นส่วนที่ใกล้ชิดกับผิวหน้ามากที่สุด หากเส้นผมสกปรกอาจทำให้เป็นสิวที่ผิวหน้าได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาบน้ำก่อนเข้านอน อย่าลืมว่า คราบเหงื่อไคล ฝุ่น ควัน และละอองไขมัน จากสภาวะแวดล้อมที่ติดตัวเรามาสามารถเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดเม็ดสิวหรือผื่นคัน ผ้าขนหนูที่ใช้ควรแยกใช้สำหรับเช็ดหน้า และเช็ดตัว ผ้าปูที่นอนปลอกหมอน และผ้าห่มก็ต้องสะอาด ควรชักทุกสัปดาห์ อย่าได้หลงเหลือคราบเครื่องสำอางไว้บนผิวหน้าแม้เล็กน้อย ควรเช็ดออกให้หมดจดชนิดที่ว่าเช็ดแล้วสำลีไม่มีคราบอะไรเลย อุปกรณ์เครื่องลำอางที่ใช้ในการแต่งหน้า ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พัฟทาแป้ง ถ้าเริ่มสีเข้มทิ้งไปได้เลย เพราะสกปรกที่แฝงอยู่ในพัฟเป็นตัวการที่ทำให้เกิดสิว และที่สำคัญอย่าใช้พัฟร่วมกับคนอื่น อย่าใจง่าย คำว่า “ใจง่าย” ในที่นี้ หมายถึง อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา อย่าเชื่อคำโอ้อวดจากคนอื่น อย่าเชื่อว่าของดีราคาแสนถูกจะมีให้ใช้จริง ๆและอย่าซื้อใช้ด้วยความเกรงใจ เช็ควันผลิต และวันหมดอายุ ทุกครั้งที่ชื้อผลิตภัณฑ์เพื่อความงามทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว

การควบคุมน้ำหนัก

การควบคุมน้ำหนัก หากถามผู้หญิงสักร้อยคน ระหว่างความอ้วนกับความแก่ กลัวอย่างไหนมากกว่ากัน เชื่อแน่ว่า เป็นคำตอบที่ตอบยากชะมัด! เพราะทั้งสองอย่างน่ากลัวพอกัน ผู้หญิงเราถ้าเลือกได้ก็อยากสวยหุ่นดีกันทุกคนแหละ ส่วนความอ้วนน่ะเหรอ อยากจะไปให้พ้น ๆ ยิ่งอายุมากขึ้นแล้ว…หนียากยิ่ง จะว่าไปแล้ว ก็มีวิธีมากมายที่จะทำให้เราความอ้วน หรือควบคุมน้ำหนักได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่า จะปฏิบัติตามกันหรือเปล่าล่ะ มีวินัยในการกิน คือ ต้องไม่กินพร่ำเพรื่อ หรือว่างเมื่อไหร่ก็กิน การกินให้เหมาะควรกินให้เป็นเวลารวมถึงปริมาณที่กินก็ต้องพอเหมาะไม่มากจนเกินไป ที่สำคัญ มื้อดึกก่อนนอนลืมไปได้เลย เลือกประเภทอาหารที่กิน ดีที่สุดคือ ควรเลือกกินอาหารประเภทไขมันต่ำ และให้กากใยสูง เมินอาหารบางประเภท หรือถ้าเมินไม่ได้ก็นาน ๆ กินทีก็ยังไหว ก็มีพวก อาหารจานด่วน อาหารไขมันสูง เนื้อสัตว์แปรรูปอาหารหวาน อาหารเค็ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มคาเฟอีน เร่งให้เกิดการเผาผลาญ ในที่นี่ก็คือ การออกกำลังกายถ้าไม่สามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน อย่างน้อยสัปดาห์ 3-4 ครั้งก็ยังดี

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กิจกรรมทุกอย่าง หรืออะไรก็ตามที่ทำแล้วร่างกายของคุณได้ขยับเขยื้อน หรือเป็นการได้ออกกำลังกายทำไปเลย เพราะการได้ออกกำลังกายเป็นการเร่งให้เกิดการเผาผลาญ ยิ่งถ้าได้ทำอย่างสม่ำเสมอด้วยแล้วล่ะก็ โอกาสเสี่ยงต่อการป่วยไข้ด้วยโรคภัยต่าง ๆก็ลดน้อยลง รวมถึงความอ้วนอาจไม่มาแสดงตัวบนเรือนร่างของคุณ แต่การออกกำลังกายก็มีข้อจำกัดคือ ต้องเลือกให้เหมาะสมกับวัย สำหรับวัยรุ่นจนถึงวัยสาวใหญ่ ชนิดของการออกกำลังกายมีหลากหลายวิธีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก โยคะ เทนนิส แบดมินตัน กระโดดเชือก ขี่จักรยาน ขี่ม้า ตีกอล์ฟ ปีนเขา ฯลฯ ล้วนสามารถทำได้หมด แต่พอข้ามเวลามาถึงวัยกลางคน และวัยชรา ชนิดของการออกกำลังกายก็มีข้อจำกัด อย่าลืมว่าพออายุมากขึ้น นู่นนี่นั่นในร่างกายก็เริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงวัยทองมักมีปัญหาเรื่องกระดูกพรุน และข้อเสื่อม ฉะนั้น การออกกำลังกายประเภทแอดเวนเจอร์สุดขั้ว ก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะถ้าไม่ประมาณตน ก็อาจถูกหามส่งโรงพยาบาลแทนชะก่อน สำหรับผู้หญิงสูงวัย ควรเลือกประเภทการออกกำลังกายแบบที่ไม่ต้องออกแรงเยอะจนเกินไป หรือทำให้ร่างกายถึงกับทรุดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ขอแค่เพียงครึ่งชั่วโมง หรือ1ชั่วโมง จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้เป็นอย่างดี

กินอย่างไร? …ให้เหมาะสมกับวัย

กินอย่างไร?…ให้เหมาะสมกับวัย อาหารถือเป็นปัจจัยพื้นฐานอันดับหนึ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เรา จริงอยู่ที่เราต้องกินอาหารเพื่อการมีชีวิตรอด แต่ถ้าเรากินมากเกินไปชีวืตเราก็อาจจะไม่รอด หลายคนมีความสุขกับการกิน แต่ความสุขแบบนี้หากมากไป จะนำมาซึ่งความอ้วน ความแก่ และโรคภัยต่าง ๆ ดังนั้น การควบคุมอาหารจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ต้องกินแบบไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป รวมถึงกินอย่างไร…ให้เหมาะสมที่สุด หรืออีกนัยหนึ่งคือ เลือกกินให้เหมาะสมกับวัย เพื่อสุขภาพที่ดี และคงความอ่อนเยาว์ไว้เนิ่นนาน กินอาหารอย่างไร….ถึงจะเรียกว่าเหมาะสม โดยปกติอาหารที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้มาจาก 2 แหล่งใหญ่คือ จากพืชและสัตว์อาหารที่มาจากพืชจะอุดมไปด้วย วิตามิน และแร่ธาตุ แต่บางชนิดก็ให้ไขมัน และคาร์โบไฮเตรตด้วย ส่วนอาหารที่มาจากสัตว์ ส่วนใหญ่อุดมไปด้วยโปรตีน และไขมัน แน่นอนอยู่แล้วว่า อาหารเหล่านี้ล้วนให้คุณประโยชน์กับร่างกาย ตรงกันข้าม หากเราป้อนให้กับร่างกายมากเกินไปหรือเลือกปรุงอย่างไม่เหมาะสม สิ่งที่ป้อนเข้าไปอาจกลับกลายเป็นให้โทษ ถ้าเช่นนั้น ลองมาดูกันดีกว่าว่า กินอย่างไร?…ให้เหมาะสมกับวัย อายุ 20 ขึ้นไปhttps://chezcaroline.com/ สาว ๆ วัย